Uncategorized

ไปรษณีย์ไทยกับการส่งหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือ

ไปรษณีย์ไทยกับการส่งหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือ

ผ่านพ้นกันไปเรียบร้อยแล้วครับกับงานเทศกาลสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเป็นอย่างไรกันบ้างครับไม่ทราบว่าพี่ๆไ เพื่อนๆ ที่รักของผมได้หนังสือนิยายไปอ่านคนละกี่เล่มสำหรับตัวผมนั้นไม่ต้องห่วงเรียกได้ว่า 3-4 กระเป๋าเดินทางเลยทีเดียวเชียวครับ ในสมัยก่อนการซื้อหนังสือมากมายขนาดนี้จะมีปัญหามากที่สุดก็คือตอนขนกลับบ้านเพราะน้ำหนักของหนังสือทั้งหมดนั้นรวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 20-30 กิโลกรัมขึ้นไป แถมผมเองนั้นก็ยังเป็นเพียงเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่ไม่มีรถราเป็นของตนเองดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยรถแท็กซี่เป็นพาหนะในการขนส่งกลับบ้านแต่ก็นั่นอีกแหละครับเพราะผมเองก็ยังต้องขนหนังสือที่หนักๆ นี้จากศูนย์ประชุมออกไปยังถนนใหญ่ซึ่งเป็นระยะทางเกือบๆ กิโลเลยทีเดียว แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่หลายปีมานี้ทางไปรษณีย์ไทยเขาได้มาตั้งบูธเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการขนหนังสือด้วยการนำเอาหนังสือที่ซื้อมายังบูธของไปรษณีย์ไทยและจ่าหน้าซองถึงบ้านเราพร้อมชำระเงินเพียงแค่นี้ก็เดินตัวปลิวกลับบ้านไปรอรับของได้เลยครับไม่จำเป็นต้องขนให้เมื่อยตุ้ม เมื่อแขนอีกต่อไปอีกทั้งเมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายออกมาแล้วก็พอๆ กับการขนหนังสือขึ้นรถดังนั้นผมจึงเลือกที่จะใช้วิธีขนส่งประเภทนี้ครับ และสำหรับใครที่ยังกังวลเรื่องของมาตรฐานการบริการของไปรษณีย์ไทยที่เรียกว่าเต่าคลานก็ไม่ต้องกังวลครับเพราะการส่งไปรษณีย์ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินี้เป็นบริการพิเศษซึ่งเราส่งหนังสือวันไหนก็จะได้รับหนังสือในวันนั้นเลยครับนับว่าเป็นบริการที่รวดเร็วดี

แชร์หนังสือนิยายเล่มโปรด

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

นิยายแนว sci-fi

นิยายแนว sci-fi

ดังที่ได้กล่าวแล้วครับว่าในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปนั้นเขาให้ความสำคัญกับนิยายแนว sci-fi มากกว่าบ้านเราซึ่งนิยายแนว sci-fi ของเขานั้นต้องยอมรับครับว่าเป็นนิยายที่มีจินตนาการสูงจริงๆ ซึ่งอาจจะสูงกว่าคนไทยเสียด้วยครับดังจะเห็นได้จากนิยายแนวนี้นั้นมักจะถูก Hollywood หรือค่ายหนังใหญ่ๆ ซื้อลิขสิทธิ์ไปทำเป็นภาพยนตร์ออกฉายทั่วโลกจนโด่งดังและประสบความสำเร็จอยู่เสมอๆ แต่เป็นทีน่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่าผู้กำกับในต่างประเทศนั้นมักไม่ค่อยซื้อลิขสิทธิ์นิยายในบ้านเขาไปทำเป็นละครหรือซีรีย์เท่าไหร่นักแต่กลับนิยมซื้อสิทธิ์นิยายเหล่านี้ไปทำภาพยนตร์ซึ่งทั้งๆ ที่นิยายบางเรื่องนั้นหากมาทำเป็นละครในบ้านเรารับรองยืดได้ไป 20-30 ตอนเลยก็ตามทีซึ่งเหตุผลในข้อนี้อาจจะเป็นด้วยเพราะผลกำไรหรือผลตอบแทนที่มากกว่านั่นเองครับ กล่าวคือหากเป็นการซื้อนิยายมาทำเป็นละครผู้ทำอาจจะคิดว่าละครนั้นก็อาจจะขายได้แต่คนในประเทศของตนเองแต่ถ้ายอมเพิ่มเงินอีกนิดหน่อยและนำมาทำเป็นภาพยนตร์แล้วนอกจากจะขายที่ประเทศของตนเองได้แล้วยังสามารถส่งออกฉายยังต่างประเทศเพื่อทำเงินได้อีกต่อหนึ่งด้วยและถ้าหากว่าโชคดีภาพยนตร์เรื่องนั้นดันได้รับรางวัลสำคัญๆ และเข้าชิงรางวัลออสการ์ก็จะสามารถทำเงินได้อีกมากมายรวมไปถึงยังสามารถขายสิทธิ์ในการผลิตเป็น DVD ออกขายได้อีกด้วยซึ่งรวมๆ รายได้ทั้งหมดแล้วนับว่าคุ้มต่อการลงทุกเป็นที่สุดดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์นิยายมาทำเป็นภาพยนตร์มากกว่าละครนั่นเอง

แชร์หนังสือนิยายเล่มโปรด

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS

เลือกแบบไหนนิยายไทย นิยายแปล

เลือกแบบไหนนิยายไทย นิยายแปล

ถามย้ำกันอีกครั้งครับว่าระหว่างนิยายไทยกับนิยายแปลที่มีอยู่และวางขายในบ้านเราทุกวันไม่ทราบว่าแต่ละท่านชอบนิยายประเภทไหนมากกว่ากัน ซึ่งผมเชื่อ ว่าหากท่านเป็นหนอนหนังสือหรือคอนิยายแล้วล่ะก็เรื่องของประเภทนิยายไม่น่าจะใช่ประเด็นที่สลักสำคัญอะไรเพราะไม่ว่าจะเป็นนิยายไทยหรือนิยายแปลก็อ่านได้ทั้งหมดทั้งสิ้น แต่สำหรับตัวผมแล้วนั้นถ้าต้องให้เลือกแค่เพียงหนึ่งเดียวแล้วล่ะก็ผมเองก็ขอเลือกนิยายไทยเหมือนเคยครับเพราะเนื่องจากว่านิยายไทยนั้นเป็นอะไรที่เราคุ้นเคยกันมานานทั้งเนื้อเรื่อง ภาษาและอารมณ์ที่ใช้เขียนจึงทำให้เราเข้าใจในอารมณ์ของตัวนิยายไทยมากกว่านิยายแปลอีกทั้งนิยายไทยนั้นบรรดาพล็อตเรื่องหรือสถานที่ๆ มีการกล่าวถึงนั้นก็เป็นสิ่งที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วจึงทำให้เราสามารถจินตนาการเนื้อเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นดังนั้นจึงทำให้ผมตัดสินใจเลือกนิยายไทยครับ ส่วนนิยายแปลนั้นแม้ว่าผมจะไม่เลือกแต่ก็ใช่ว่าผมจะปฏิเสธนะครับเพราะปัจจุบันนี้ผมเองก็ยังซื้อหนังสือนิยายแปลเข้ามาอ่านอยู่เสมอๆ เพียงแต่ว่าความคุ้นเคยในเรื่องของนิรุกต์ภาษาและสถานการณ์ในท้องเรื่องบางอย่างนั้นอาจจะไม่คุ้นเคยกับวิถีชีวิตของเราก็เท่านั้นเอง จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คงพอสรุปคร่าวๆ ได้ว่าไม่ว่าจะเป็นนิยายแบบไหนก็ตามที่เข้ามาขายในบ้านเรานิยายไทยก็ยังคงได้รับความนิยมมากที่สุดแถมผมเองเชื่อว่ามันยังจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ไปอย่างน้อยก็ 5-10 ปีนับจากนี้อย่างแน่นอนครับ

แชร์หนังสือนิยายเล่มโปรด

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • Email
  • RSS